มาทำความรู้จักกับมาตรฐานรีไซเคิลระดับสากล Global Recycled Standard (GRS)
- SPN Consultant admin
- 11 นาทีที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

ในยุคที่ความยั่งยืน (Sustainability) กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ผู้บริโภคและคู่ค้าทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับสินค้าที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้อย่างโปร่งใส
หนึ่งในมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลคือ Global Recycled Standard (GRS) ซึ่งช่วยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบจากวัสดุรีไซเคิลจริง พร้อมทั้งควบคุมกระบวนการผลิตให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สารเคมี และความรับผิดชอบต่อสังคมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
Global Recycled Standard (GRS) คืออะไร?
Global Recycled Standard (GRS) เป็นมาตรฐานสากลที่พัฒนาและดูแลโดย Textile Exchange เพื่อรับรองผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล โดยครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงสินค้าสำเร็จรูป
GRS ไม่ได้ตรวจสอบเพียงว่า "มีวัสดุรีไซเคิล" เท่านั้น แต่ยังประเมินเรื่องสำคัญอื่น ๆ ได้แก่
การตรวจสอบย้อนกลับของวัตถุดิบ (Traceability)
การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
การควบคุมการใช้สารเคมี
สิทธิแรงงานและความรับผิดชอบต่อสังคม
การตรวจประเมินโดยหน่วยงานรับรองอิสระ (Third-party Certification)
วัตถุประสงค์ของมาตรฐาน GRS
มาตรฐาน GRS มีเป้าหมายสำคัญ ได้แก่
ส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิลในอุตสาหกรรม
ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิต
เพิ่มความโปร่งใสตลอด Supply Chain
สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้บริโภค
สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
GRS ครอบคลุมอุตสาหกรรมใดบ้าง?
แม้หลายคนจะรู้จัก GRS ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ แต่จริง ๆ แล้วมาตรฐานนี้สามารถประยุกต์ใช้ได้กับหลายอุตสาหกรรม เช่น
สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
เครื่องประดับแฟชั่น
พลาสติกรีไซเคิล
บรรจุภัณฑ์
กระดาษ
โลหะ
ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคอื่น ๆ ที่มีส่วนประกอบจากวัสดุรีไซเคิล
ข้อกำหนดหลักของ GRS
1. Recycled Content
ต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าวัสดุที่ใช้เป็นวัสดุรีไซเคิลตามนิยามของมาตรฐาน โดยสามารถเป็นทั้ง
Pre-consumer Recycled Material
Post-consumer Recycled Material
2. Chain of Custody
ทุกขั้นตอนของการผลิตต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ตั้งแต่ผู้รีไซเคิล ผู้ผลิตวัตถุดิบ โรงงานผลิต ไปจนถึงผู้จำหน่าย
3. Environmental Requirements
องค์กรต้องมีระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น
การจัดการน้ำเสีย
การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดการของเสีย
การควบคุมมลพิษ
4. Chemical Requirements
มีข้อกำหนดในการควบคุมการใช้สารเคมีอันตราย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติงาน ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม
5. Social Requirements
โรงงานต้องปฏิบัติตามหลักด้านแรงงาน เช่น
ไม่ใช้แรงงานเด็ก
ไม่ใช้แรงงานบังคับ
มีความปลอดภัยในการทำงาน
ไม่เลือกปฏิบัติ
เคารพสิทธิมนุษยชน
ประโยชน์ของการได้รับการรับรอง GRS
องค์กรที่ได้รับการรับรอง GRS จะได้รับประโยชน์หลายด้าน เช่น
เพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์
สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า
เพิ่มโอกาสส่งออกไปยังตลาดยุโรปและอเมริกา
ตอบโจทย์นโยบาย ESG และ Circular Economy
สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
สนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร
GRS แตกต่างจาก RCS อย่างไร?
หลายคนมักสับสนระหว่าง Global Recycled Standard (GRS) และ Recycled Claim Standard (RCS)
GRS | RCS |
ตรวจสอบปริมาณวัสดุรีไซเคิล | ตรวจสอบปริมาณวัสดุรีไซเคิล |
ตรวจสอบสิ่งแวดล้อม | ✘ |
ตรวจสอบสารเคมี | ✘ |
ตรวจสอบแรงงาน | ✘ |
ตรวจสอบ Chain of Custody | ✔ |
ครอบคลุมทั้งระบบการผลิต | เน้นการยืนยันส่วนประกอบรีไซเคิล |
กล่าวโดยสรุป GRS มีข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่า RCS เพราะครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการจัดการสารเคมี นอกเหนือจากการตรวจสอบวัสดุรีไซเคิล
ใครบ้างที่ควรขอการรับรอง GRS?
GRS เหมาะสำหรับองค์กรที่ผลิตหรือเกี่ยวข้องกับวัสดุรีไซเคิล เช่น
โรงงานผลิตเส้นใยรีไซเคิล
โรงงานทอผ้า
โรงงานย้อมผ้า
โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า
ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์รีไซเคิล
ผู้ผลิตพลาสติกรีไซเคิล
แบรนด์สินค้าแฟชั่น
ผู้ส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ
สรุป
Global Recycled Standard (GRS) เป็นมาตรฐานระดับสากลที่ช่วยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลอย่างแท้จริง พร้อมควบคุมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และสารเคมีตลอดห่วงโซ่อุปทาน การได้รับการรับรอง GRS จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือ เพิ่มโอกาสทางการค้า และตอบสนองความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น



ความคิดเห็น